วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2559

สูตรขนมหวานไทย แพนเค้กหน้าไข่

แพนเค้กหน้าไข่


ส่วนผสม สำหรัทำแพนเค้กหน้าไข่

ไข่นกกระทา 10 ฟอง
ไข่ไก่ คัดเอาเฉพาะไข่แดง 1 ฟอง
แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ถ้วย
ผงฟู 1 ช้อนชา
นมข้นจืด 1 ถ้วย
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
เนยสดชนิดจืดสำหรับทากระทะ
แยมหรือน้ำผึ้งสำหรับรับประทานคู่กัน

วิธีทำ แพนเค้กหน้าไข่

1. ร่อนแป้งสาลี น้ำตาลทราย และผงฟูรวมกันลงในชามผสม จากนั้นเกลี่ยแป้งให้เป็นหลุมตรงกลาง
2. ใส่นมจืดและไข่แดงลงไป ใช้ตะกร้อมือคนเร็ว ๆ ให้เข้ากันดี นำไปแช่เย็นพักไว้นานประมาณ 20 นาที
3. ทาเนยสดในกระทะเทฟลอน (ใช้ไฟกลาง) ตักส่วนผสมแป้งประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ หยอดลงกลางกระทะ รอจนแป้งด้านล่างเริ่มสุก
4. ตอกไข่ใส่ลงกลางแผ่นแป้งแล้วกลับด้าน ทอดจนไข่สุกดี ตักขึ้น (ทำซ้ำเช่นนี้จนหมด จะได้แพนเค้กประมาณ 10 ชิ้น)
5. จัดใส่จานเสิร์ฟ รับประทานคู่กับแยมหรือน้ำผึ้งตามชอบ
https://www.youtube.com/watch?v=pWg1F33CtLc

สูตรขนมหวานไทย ข้าวเหนียวหน้านวล

ข้าวเหนียวหน้านวล


ส่วนผสมนำหรับทำข้าวเหนียวหน้านวล

ข้าวเหนียวใหม่ 1/2 กิโลกรัม
ถั่วดำ 1 ถ้วย
หัวกะทิ 1 ถ้วย
แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนโต้ะ
น้ำตลาทราย 3 ช้อนโต้ะ
เกลือ 2 ช้อนชา
หางกะทิ 1 ถ้วย
ทองหยิบ 3-5 ชิ้น (วิธีทำทองหยิบ)
ทองหยอด 3-5 ชิ้น (วิธีทำทองหยอด)
ฝอยทอง

วิธีทำข้าวเหนียวหน้านวล

1. ล้างข้าวเนียวให้สะอาด จากนั้นแช่น้ำไว้ 3 ชั่วโมง และล้างถั่วดำ และแช่ไว้ประมาณ 3 ชั้วโมง จากนั้นนำถั่วดำไปต้มให้นิ่มและพักเอาไว้รอสำหรับแต่งหน้าข้าวเหนียว
2. นำหางกะทิมาผสมกับ เกลือ 1 ช้อนชา และน้ำตาล 2 ช้อนชา ผสมให้น้ำตาลและเกลือละลายเข้ากัน จากนั้นพักไว้ก่อน
3. เตรียมนึ่งข้าวเหนียวโดย เอาข้าวเหนียวใส่ถาดผสมกับกะทิที่เตรียมไว้แล้ว นำไปนึ่งประมาณ 45 นาที จะได้ข้าวเหนียวมูนในถาด
4. เตรียมน้ำกะทิราดข้าวเหนียว โดย น้ำหัวกะทิ ผสมกับน้ำตาล 2 ช้อนโต้ะ เกลือ 1 ช้อนชา และแป้งข้าวเจ้า ผสมให้ส่วนผสมละลายเข้ากัน
5. นำหัวกะทิไปราดที่ข้าวเหนียวนึ่ง และนึ่งต่อ 15 นาที จะได้ข้าวเหนียวหน้านวล จากนั้นนำมาพักให้เย็นก่อน
6. ตัดข้าวเหนียวเป้นท่อนสี่เหลี่ยม และแต่งหน้าด้วย ถั่วดำ ทองหยิบ ทองหยอด หรือฝอยทอง ขนมไทยแสนอร่อยตามใจชอบ
https://www.youtube.com/watch?v=_dIm-wRbqe4

สูตรขนมหวานไทย ข้าวเหนียวถั่วดำ

ข้าวเหนียวถั่วดำ



ส่วนผสมสำหรับทำข้าวเหนียวถั่วดำ

ถั่วดำ 1/2 กิโล
กะทิ 1 ลิตร
น้ำตาลปี๊บ 4 ช้อนโต้ะ
น้ำตาลทราย 4 ช้อนโต้ะ
เกลือ 1 ช้อนโต้ะ
ข้าวเหนียวมูน 1 กิโล ดูวิธีการทำข้าวเหนียวมูน

ขั้นตอนการทำข้าวเหนียวถั่วดำ

1. นำถั่วดำแช่น้ำอุ่น 3 ชั่วโมง จากนั้นพักไว้ก่อน
2. ต้มกะทิ กับน้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราบและเกลือ พอส่วนผสมละลายแล้วใส่ถั่วดำลงไปต้มให้สุก จากนั้นพักให้ถั่วดำกะทิเย็น
3. เสริฟ ถั่วดำกะทิใส่ข้าวเหนียวมูนลงไป
https://www.youtube.com/watch?v=Nuhf2wl3-vA

สูตรขนมหวานไทย ข้าวเหนียวขนุน

ข้าวเหนียวขนุน


ส่วนผสมสำหรับทำข้าวเหนียวขนุน

ขนุน 1 ลูก
หัวกะทิ 1 ถ้วย
เกลือ 1 ช้อนชา
น้ำตาล 2 ช้อนโต้ะ
ข้าวเหนียวมูน 1 กิโล ดูวิธีทำข้าวเหนียวมูน

ขั้นตอนการทำข้าวเหนียวขนุน

1. ปลอกขนุนออกมา และเอาเม็ดขนุนออก จากนั้นพักขนุนใส่จานไว้
2.ทำกะทิราดโดยต้ม หัวกะทิผสมน้ำตาลและเกลือ ผสมให้เข้ากันจากนั้นพักให้เย็น
3. นำข้าวเหนียวมูนยัดใส่ขนุนแทนที่เม็ดขนุน จากนั้นจัดเรียงใส่จานให้สวยงาม ราดด้วยน้ำกะทิ
https://www.youtube.com/watch?v=AVuxtN7fBz0

สูตรขนมหวานไทย ข้าวเหนียวทุเรียน

ข้าวเหนียวทุเรียน



ส่วนผสมสำหรับทำข้าวเหนียวทุเรียน

ทุเรียน 1 ลูก
หัวกะทิ 1 ลิตร
น้ำตาลปี๊บ 5 ช้อนโต้ะ
เกลือ 1/2 ช้อนโต้ะ
ข้าวเหนียวมูน 1 กิโล ดูวิธีทำข้าวเหนียวมูน

ขั้นตอนการทำข้าวเหนียวทุเรียน

1.ฉีกทุเรียนให้เป็นเส้น จากนั้นพักไว้ก่อน
2.ต้มหัวกะทิ กับน้ำตาลและเกลือให้ส่วนผสมเข้ากันจากนั้นใส่ทุเรียนที่ฉีกเป็นเส้นลงไป
3. เสริฟ ข้าวเหนียวมูนใส่จานราดด้วยน้ำกะทิทุเรียน
https://www.youtube.com/watch?v=MCrnGCShm8k

สูตรขนมหวานไทย ข้าวเหนียวดอกโสน

ข้าวเหนียวดอกโสน


ส่วนผสมสำหรับทำข้าวเหนียวดอกโสน

ข้าวเหนียว 1 กิโลกรัม (ใช้ข้าวเหนียวเคี้ยวงูเก่า)
หัวกะทิ 1 กิโลกรัม
ข้าวเหนียว 4 ขีด
เกลือ 1 ขีด
ดอกโสน 1 ถ้วย
เนื้อมะพร้าวขูด 1 ถ้วย
น้ำตาลผสมงาคั่วบด อัตราส่วน 1 ต่อ 1 ปริมาณตามใจชอบ

วิธีทำข้าวเหนียวดอกโสน

1. ล้างข้าวเหนียวให้สะอาด จนน้ำที่ล้างข้าวเหนียวใสเลย พักไว้ก่อน
2. นำหัวกะทิมาต้มใส่ น้ำตาล และเกลือ ลงไป
3. ข้าวเหนียวไปนึ่ง เมื่อข้าวเหนียวสุกแล้ว นำข้าวเหนียวร้อนๆ มามูนกับหัวกะทิ และดอกโสน จากนั้นพักให้กะทิเข้าเนื้อข้าวเหนียว
4. เสริฟข้าวเหนียวดอกโสน โดย โรยหน้าด้วยมะพร้าวขูดและน้ำตาลงา ขนมไทย เมนูง่ายๆ จากดอกโสน ขนมไทยจากดอกโสน
https://www.youtube.com/watch?v=YqUWH0JoKBw

สูตรขนมหวานไทย วุ้นน้ำส้ม

วุ้นน้ำส้ม


ส่วนผสมสำหรับทำวุ้นน้ำส้ม

  • น้ำสะอาด 1 ลิตร
  • ผงวุ้น 2 ช้อนชา
  • น้ำตาลทราย 4 ช้อน
  • น้ำส้มคั้น 1 ลิตร
  • เนื้อส้มหั่นเป็นชิ้นเล็ก 1 ถ้วย

วิธีทำวุ้นน้ำส้ม

  1. ต้มน้ำให้เดือด จากนั้นใส่น้ำตาลและผงวุ้นลงไป เมื่อผงวุ้นและน้ำตาลละลาย แล้วให้ปิดไฟพักให้เย็น
  2. ใส่น้ำส้มลงไป ผสมให้ส่วนผสมเข้ากัน จากนั้นกรองด้วยผ้าขาวบาง เทใส่แม่พิมพ์ นำไปแช่เย็น รอให้วุ้นเซ็ตตัว
  3. แต่งหน้าด้วยผลส้ม แนะนำให้ทานตอนวุ้นเย็นๆ จะให้รสชาติและความสดชื่น อย่างถึงใจ
https://www.youtube.com/watch?v=l1x2Wq_E0Pg

สูตรขนมหวานไทย เต้าฮวยนมเปรี้ยวผลไม้รวม

เต้าฮวยนมเปรี้ยวผลไม้รวม


ส่วนผสมสำหรับทำเต้าฮวยฟรุตสลัดนมเปรี้ยว

  • ผงเต้าฮวยเย็น 1 ซอง
  • น้ำเปล่า 1 ลิตร
  • นมเปรี้ยว 1 ขวด
  • ผลไม้สำหรับแต่งหน้าตามชอบ เช่น แอปเปิล ส้ม องุ่นดำ สับปะรด เป็นต้น

วิธีทำเต้าฮวยฟรุตสลัดนมเปรี้ยว

  1. ตั้งหม้อต้มน้ำให้เดือดม จากนั้นใส่ผงเต้าฮวยและนมเปรี้ยวลงไป ต้มให้เดือดและส่วนผสมละลายเข้ากัน
  2. ปิดไฟ รอให้เย็น จากนั้นเทเต้าฮวยนมเปรี้ยวลงไปในพิมพ์ที่เตรียมไว้ ในการเทใส่แม่พิมพ์ ควรใช้ผ้าขาวบางกรองเพื่อไม่ให้มีเศษสกปรกในเนื้อเต้าฮวย จากนั้นนำไปแช่ในตู้เย็นประมาณ 30 นาที เพื่อให้เต้าฮวยเซ็ตตัว
  3. จากนั้นนำมาแต่งหน้าด้วยผลไม้ตามใจชอบ และนำไปแช่ตู้เย็น และรับประทานตอนเต้าฮวยนมปรี้ยวเย็นๆ จะให้รสชาติที่อร่อย และสดชื่น
https://www.youtube.com/watch?v=wY72mZMgaiY

สูตรขนมหวานไทย เต้าหู้นมสด

เต้าหู้นมสด

ส่วนผสมสำหรับทำเต้าหู้นมสด

  • ผงเจลาติน 1 ช้อนโต้ะ
  • ผงวุ้น 1 ช้อนโต้ะ
  • น้ำเปล่า 2 ถ้วย
  • น้ำเต้าหู้ 3 ถ้วย
  • นมข้นจืด 1 ถ้วย
  • นมข้นหวาน 1 ถ้วย
  • ผลไม้สำหรับแต่งหน้า เช่น สับปรด ส้ม เป็นต้น

วิธีทำเต้าหู้นมสด

  1. ต้มน้ำเปล่า จากนั้นใส่ผงเจลาติน และผงวุ้นลงไป ต้มให้ส่วนผสมละลาย เข้ากัน จากนั้นพักทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที
  2. จากนั้น ใส่ น้ำเต้าหู้ นมข้นจืด นมข้นหวาน ลงไป ต้มให้ส่วนผสมเข้ากัน จากนั้นกรองโดยผ้าขาวบาง ใส่พิมพ์ รอให้เต้าหู้นมสดเย็น เซ็ตตัว
  3. แต่งหน้า เต้าหู้นมสด ด้วยผสไม้ต่างๆ ตามใจชอบ นำไปแช่เย็น รับประทานเย็นๆจะให้ความอร่อยและสดชื่นถึงใจ
https://www.youtube.com/watch?v=UXOOU1W5HCU

สูตรขนมหวานไทย มะพร้าวแก้วใบเตย

มะพร้าวแก้วใบเตย


ส่วนผสมสำหรับทำมะพร้าวแก้วใบเตย

  • เนื้อมะพร้าวขูดเป็นเส้นๆ 1 ถ้วย
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ถ้วยตวง
  • เกลือ 1 ช้อนโต้ะ
  • ใบเตย 1 กำ หั่นเป็นท่อนๆ

วิธีทำมะพร้าวแก้วใบเตย

  1. เตรียมน้ำใบเตยก่อน โดยนำใยเตยไปปั่นในน้ำและนำมาคั้นและกรองเอาแต่น้ำในเตย จะได้สีเขียวแบบธรรมชาติ
  2. เคี้ยวน้ำตาลกับเกลือให้น้ำตาลเหนียวจากนั้นนำน้ำใบเตยลงไปผสม จะได้น้ำตาลหวานๆสีเขียว เคี้ยวต่อให้น้ำตาลงง่วนและเหนียว
  3. นำเส้นมะพร้าวขูดลงไปคลุกเคล้ากับน้ำตาล
  4. นำเส้นมะพร้าวที่คลุกน้ำตาลมาปั้นเป็นชิ้น ตากลมให้แห้ง มะพร้าวจะจับตัวเป็นก้อน สามารถรับประทานได้

เคล็ดลับการทำมะพร้าวแก้วใบเตย

  1. น้ำใบเตย ให้ใช้น้ำที่คั้นจากใบเตยสด จะให้สีเขียวและความหอมของใบเตยแบบะรรมชาติ ให้ความอร่อยแบบต้นตำรับ
  2. น้ำตาลให้ใช้มะพร้าว น้ำตาลปี๊บ ซึ่งความหวานของน้ำตาลให้ความหอมและหวานแบบแป๊บ
  3. มะพร้าวใช้เนื้อมะพร้าวแก่ เนื่องจากเนื้อมะพร้าวมีความเหนียวนุ่ม สามารถนำมาทำเป็นเส้นได้
  4. มะพร้าวของเพรชบุรีเป็นมะพร้าวที่มีความหวานและหอม
  5. การเคี้ยวน้ำตาลให้ใส่เกลือลงไปด้วย เพื่อเพิ่มความกลมกล่อมของน้ำเชื่อม
https://www.youtube.com/watch?v=QKiZsc1a7p0

สูตรขนมหวานไทย ขนมปังไส้พริกเผาหมูหยอง

ขนมปังไส้พริกเผาหมูหยอง


ส่วนผสมสำหรับทำขนมปังไส้พริกเผาหมูหยอง

  • หมูหยอง 1 ถ้วย
  • นมข้นหวาน 3 ช้อนโต้ะ
  • พริกเผา 5 ช้อนโต้ะ
  • ครีมเทียม 30 กรัม
  • เกลือ 30 กรัม
  • นมผง 30 กรัม
  • แป้งสาลี 1800 กรัม
  • น้ำเย็น 500 กันม
  • นมสด 1 ป๋อง
  • ไข่ขาว 6 ฟอง
  • ยีสต์ 30 กรัม
  • เนยขาว 200 กรัม

วิธีทำขนมปังไส้พริกเผาหมูหยอง

  1. เตรียมไส้หมูหยองพริกเผาโดย ผสม นมข้นหานกับพริกเผาให้เข้ากัน จากนั้นใส่หมูหยองลงไป ผสมให้ส่วนผสมเข้ากัน จากนั้นนำไปใส่ตู้เย็น
  2. ผสมแป้งขนมปัง โดย ผสมน้ำเย็น กับไข่ขาว นมสด ยีสต์ ครีมเทียม เกลือ และนมผงลงไป ผสมให้ส่วนผสมละลายเข้ากัน
  3. ตีแป้งโดย เอาส่วนผสมที่ละลายเอาไว้แล้ว มาผสมกับแป้งสาลี และเนยขาว ใช้เครื่องนวดแป้งทำการนวดให้แป้งละเอียด เป็นก้อน
  4. เมื่อได้แป้งแล้ว นำแป้งมาแบ่งเป็นก้อน ขนาด 300 กรัม นำมาคลึงเป็นแผ่น จากนั้นใส่ไส้หมูหยองพริกเผาลงไป ปั้นเป็นก้อนลักษณะแท่ง จากนั้นนำไปไส่พิมพืขนมปังปอนด์ โดยให้ทาเนยขาวด้านในของแม่พิมพ์ก่อน จากนั้นใส่แป้งลงไป
  5. รอประมาณ 30 นาที แป้งจะฟูเต็มแม่พิมพ์ ก็นำไปอบที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส เวลา 30 นาที โดยก่อนจะนำไปอบต้องเปิดไฟเตาอบก่อนให้ได้อุณหภูมิที่ต้องการก่อน อบ 30 นาที ก็จะได้ขนมปังไส้หมูหยองพริกเผาแสนอร่อย
  6. ทาเนยขาวที่ผิวขนมปังกันผิวขนมปังแห้งและแข็ง

เคล็ดลับการทำขนมปังไส้หมูหยองพริกเผา

  1. ปั้นขนมปังขนาด 300 กรัม จะได้ขนมปังที่พอดีกับพิมพ์
  2. การใช้ความเย็นในการนวดแป้ง เป็นอุณหภูมิที่เหมาะสมในหารทำขนมปังที่อร่อย
  3. ความร้อนอยู่ที่ 150 องศาเซลเซียส และเวลา 30 นาที เป็นเวลาที่เหมาะสมกับขนนมปังปอนด์ที่สุด
  4. ใช้เนยทาผิวขนมปัง เพื่อรักษาความชุุ่มชื้นของผิวขนมปังให้นานที่สุด
  5. ไส้หมูหยองให้ผสมนมข้นหวานด้วยจะได้หมูหยองพริกเผาที่หวานอร่อย
 https://www.youtube.com/watch?v=NEsj8TJxBDg

สูตรขนมหวานไทย ขนมปังลูกเกต

ขนมปังลูกเกต


ส่วนผสมสำหรับทำขนมปังลูกเกต

  • ครีมเทียม 30 กรัม
  • เกลือ 30 กรัม
  • นมผง 30 กรัม
  • แป้งสาลี 1800 กรัม
  • น้ำเย็น 500 กันม
  • นมสด 1 ป๋อง
  • ไข่ขาว 6 ฟอง
  • ยีสต์ 30 กรัม
  • เนยขาว 200 กรัม
  • ลูกเกต 200 กรัม

วิธีทำขนมปังลูกเกต

  1. เตรียมผสมแป้งขนมปัง โดยใช้เครื่องนวดแป้ง ขั้นตอนแรกให้ใส่น้ำเย็นจัด ลงไป ตามด้วย ใส่ไข่ขาวลงไปตี เมื่อส่วยผสมเข้ากัน ให้ใส่ นมสด ลงไป เมื่อส่วนผสมตีเข้ากันแล้วให้ใส่ ส่วนผสมที่เป็นผงลงไป ประกอบด้วย ยีสต์ ครีมเทียม เกลือ และนมผง ให้เครื่องตีแป้งตีส่วนผสมให้ละลายและเข้ากันก่อน
  2. จากนั้นใส่แป้งลงไป ซึ่งแป้งที่ใช้สำหรับทำแป้งขนนมปังปอนด์ เราใช้แป้งสาลี ใส่แป้งสาลีลงไปในเครื่องนวดแป้ง จากนั้นให้เรื่องนวดแป้งนวดให้ส่วนผสมเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน โดยขั้นตอนสุดท้ายของการนวดแป้งให้ใ่สเนยขาวลงไป ให้เครื่องนวด นวดต่อให้เนื้อแป้งเนียน
  3. เมื่อเราได้แป้งขนมปังแล้วเรานำออกมาแยกปั้นเป็นก้อนขนาด 150 กรัม จากนั้นเรานำลูกเกตใส่เข้าไปตรงกลางแป้งขนมปัง และปั้นให้เป็นก้อนกลมๆ เมื่อได้แป้งเราก็พร้อมจะนำใส่พิมพ์แล้ว
  4. เตรียมแม่พิมพ์สำหรับอบขนมปัง ใช้เนยขาวทาด้านในภาชนะของพิมพ์ เอาแป้งชนมปังลงไปวางลงที่พิมพ์ วางลงในพิมพ์และ 3 ก้อนให้ห่างกันระยะเท่ากัน ทิ้งไว้ 30 นาที แป้งจะฟูขึ้นมาเต็มแม่พิมพ์ พร้อมจะนำไปอบแล้ว
  5. เตรียมเตาอบ ที่ความร้อน 150 องศาเซลเซียส ทิ้งให้เตาอบได้ความร้อนที่ต้องการก่อน นำขนมปังลงไปอบ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก็จะได้ขนมปังไส้ลูกเกต แสนอร่อยพร้อมประทานแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายให้ทาหน้าขนมปังด้วยเนยขาว การเก็บขนมปังอย่าให้โดนลม เนื่องจากลมทำให้ขนมปังแห้ง

เคล็ดลับการทำขนมปังลูกเกต

  1. ปั้นขนมปังขนาด 150 กรัม จะได้ขนมปังที่ฟูพอดีกับแม่พิมพ์ขนมปังปอนด์
  2. การนวดแป้งให้ใช้น้ำเย็นจัด เนื่องจากความเย็นทำให้ยีสต์ทำงานช้าลง ทำให้ขนมปังเหนียว และนุ่ม ไม่หยาบ
  3. ความร้อนอยู่ที่ 150 องศาเซลเซียส และเวลา 30 นาที เป็นเวลาที่เหมาะสมกับขนนมปังปอนด์ที่สุด
  4. ใช้เนยทาผิวขนมปัง เพื่อรักษาความชุุ่มชื้นของผิวขนมปังให้นานที่สุด
https://www.youtube.com/watch?v=eAFCPXPjBZI

สูตรขนมหวานไทย ขนมปังสังขยา

ขนมปังสังขยา



ส่วนผสมสำหรับทำขนมปังปอนด์

  • น้ำเย็น 500 กันม
  • นมสด 1 ป๋อง
  • ไข่ขาว 6 ฟอง
  • ยีสต์ 30 กรัม
  • ครีมเทียม 30 กรัม
  • เกลือ 30 กรัม
  • นมผง 30 กรัม
  • แป้งสาลี 1800 กรัม
  • เนยขาว 200 กรัม

วิธีทำขนมปังปอนด์

  1. เตรียมเครื่องนวดแป้ง ใส่น้ำเย็นจัด ลงไป ตามด้วย นมสด ไข่ขาว ยีสต์ ครีมเทียม เกลือ และนมผง ตีให้ใ่สนผสมละลายเข้ากัน
  2. จากนั้นใส่แป้งสาลีลงไป นวดต่อให้ส่วนผสมเข้ากัน เมื่อเข้ากันแล้วเติมเนยขาวลงไป นวดให้เนื้อแป้งละเอียดจับตัวเป็นก้อน
  3. นำแป้งออกมานวดด้วยมืออีกรอบ จากนั้นปั้นแป้งเป็นก้อนขนาด 150 กรัม ต่อก้อน
  4. เตรียมแม่พิมพ์ ใช้เนยขาวทาด้านในภาชนะ เอาก้อนแป้งที่ปั้นไว้แล้ววางลงไป ตามขนาดของพิมพ์ หากเป็นพิมพ์ใหญ่มาตราฐาน ก็ประมาณ 4 ก้อน
  5. ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แป้งจะฟูขึ้นมาเต็มแม่พิมพ์ จากนั้นนำไปอบที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส 30 นาที จะได้ขนมปังปอนสุกพร้อมรับประทาน
  6. ใช้เนยขาวทาหน้าขนมปังเพื่อกันผิวขนมปังแห้ง จากนั้นรอให้ขนมปังเย็น ก็นำมาใส่ถุงพลาสติก กันอากาศเข้า เพื่อไม่ให้ผิวของขนมปังแห้ง หากวางไว้ข้างนอกให้วางไว้ในจุดอับลม เช่น ตู้กระจก เป็นต้น

วิธีทำสังขยา

  1. นำหางกะทิมาต้มกัยน้ำใบเตยก่อน จากนั้นใส่ หัวกะทิ ไข่แดง นมข้นหวาน เกลือ ลงไป ตีให้ส่วนผสมเข้ากัน
  2. จากนั้นนำแป้งข้าวโพดลงไปผสมให้ส่วนผสมเข้ากัน นำส่วนผสมทั้งหมดไปกรองผ้าขาวบางนำเศษต่างๆที่ไม่ละลายออก
  3. ตั้งหม้อตุ๋น โดยให้หม้อขนาดใหญ่กว่าหม้อกวนสังขยา ใส่น้ำลงไปต้มให้เดือด จากนั้นนำสังขยาที่ผสมไว้แล้วลงไปกวนประมาณ 30 นาที จะได้เนื้อสังขยาเนียน ก็พร้อมรับประทาน

เคล็ดลับการทำขนมปังสังขยา

  1. เตรียมเครื่องนวดแป้ง ใส่น้ำเย็นจัด ลงไป ตามด้วย นมสด ไข่ขาว ยีสต์ ครีมเทียม เกลือ และนมผง ตีให้ใ่สนผสมละลายเข้ากัน
  2. จากนั้นใส่แป้งสาลีลงไป นวดต่อให้ส่วนผสมเข้ากัน เมื่อเข้ากันแล้วเติมเนยขาวลงไป นวดให้เนื้อแป้งละเอียดจับตัวเป็นก้อน
  3. นำแป้งออกมานวดด้วยมืออีกรอบ จากนั้นปั้นแป้งเป็นก้อนขนาด 150 กรัม ต่อก้อน
  4. เตรียมแม่พิมพ์ ใช้เนยขาวทาด้านในภาชนะ เอาก้อนแป้งที่ปั้นไว้แล้ววางลงไป ตามขนาดของพิมพ์ หากเป็นพิมพ์ใหญ่มาตราฐาน ก็ประมาณ 4 ก้อน
  5. ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แป้งจะฟูขึ้นมาเต็มแม่พิมพ์ จากนั้นนำไปอบที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส 30 นาที จะได้ขนมปังปอนสุกพร้อมรับประทาน
  6. ใช้เนยขาวทาหน้าขนมปังเพื่อกันผิวขนมปังแห้ง จากนั้นรอให้ขนมปังเย็น ก็นำมาใส่ถุงพลาสติก กันอากาศเข้า เพื่อไม่ให้ผิวของขนมปังแห้ง หากวางไว้ข้างนอกให้วางไว้ในจุดอับลม เช่น ตู้กระจก เป็นต้น
https://www.youtube.com/watch?v=3iDx2FM3QC8

สูตรขนมหวานไทย ทุเรียนเชื่อม

ทุเรียนเชื่อม


ส่วนผสมสำหรับทำทุเรียนเชื่อม

  • ทุเรียนดิบ 80% 1 กิโลกรัม
  • น้ำตาลทราย 2 กิโลกรัม
  • เกลือ 1 ช้อนโต้ะ
  • น้ำเปล่า 4 ลิตร
  • น้ำปูนแดง สำหรับเคี้ยวหมาก

วิธีทำทุเรียนเชื่อม

  1. เตรียมเนื้อทุเรียน เอาส่วนเม็ด และเยื่อขาวๆที่ติดกับเนื้อทุเรียนออก จากนั้นนำมา แช่ในน้ำปูนแดง 1 ชั่วโมง
  2. นำเนื้อทุเรียนมาล้างให้สะอาด จากนั้นนำมาพักไว้ก่อน
  3. ต้มน้ำเชื่อม ให้น้ำ น้ำตาล และเกลือ ลงไปต้ม ให้เป็นน้ำเชื่อม
  4. จากนั้นใส่เนื้อทุเรียนลงไปเชื่อม ใช้เวลาเชื่อม 4 ชั่วโมง จะได้ทุเรียนเชื่อมที่พร้อมรับประทาน

เคล็ดลับความอร่อยของทุเรียนเชื่อม

  1. ทุเรียนที่เลือกใช้ เป็นทุเรียนพันธ์ หมอนทอง เป็นทุเรียนที่ดิบ ประมาณ 80 % ทุเรียนดิบระยะนี้จะให้ความมันของเนื้อทุเรียน และเนื้อของทุเรียนไม่เละ เนื้อแน่น สามารถนำมาทำทุเรียนเชื่อมได้
  2. การแช่ในน้ำปูน จะช่วยให้เนื้อทุเรียนแน่นมากขึ้น เนื่องจากเนื้อทุเรียนจะหดตัวเมื่อโดนน้ำปูน แต่ต้องล้างให้สะอาดหลังจากนั้น
  3. ในระหว่างการเชื่อม จะเกิดฟองขาวในระหว่างเชื่อม ให้ช้อนฟองออก
https://www.youtube.com/watch?v=MVjChEbnW4o

สูตรขนมหวานไทย ขนมข้าวเหนียวตัดหน้างา

ขนมข้าวเหนียวตัดหน้างา


ส่วนผสมสำหรับทำข้าวเหนียวตัดหน้างา

  • ข้าวเหนียว 450 กรัม
  • น้ำกะทิ 500 กรัม
  • น้ำตาลทราย 250 กรัม
  • เกลือ 1 ช้อนชา
  • งาคั่ว 5-10 ช้อนโต้ะ
  • น้ำกะทิ 850 กรัม
  • น้ำตาล 130 กรัม
  • เกลือ 15 กรัม
  • แป้งข้าวจ้าว 30 กรัม

วิธีทำขนมข้าวเหนียวตัดหน้างา

  1. ล้างข้าวเหนียวให้สะอาด และแช่ข้าวเหนียวไว้ 3 ชั่วโมง จากนั้นนำข้าวเหนียวมาสะเด็ดน้ำออกให้หมด นำมาเกรี่ยใส่พิมพืสำหรับนึ่งข้าวเหนียว
  2. เตรียมน้ำกะทิ โดย ผสม กะทิ น้ำตาล และเกลือ ละลายให้เข้ากัน จากนั้นำไปใส่ในถาดนึ่งข้าวเหนียวที่เตรียมไว้ เกรี่ยให้ข้าวและน้ำกะทะเท่ากันในถาด นำไปนึ่งด้วยเวลา 30 นาที
  3. เตรียมน้ำกะทิสำหรับราดหน้าข้าวเหนียวนึ่งกะทิ โดย น้ำกะทิขนาด 850 กรัม น้ำตาล 130 กรัม เกลือ 15 กรัม และ แป้งข้าวจ้าว 30 กรัม นำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมกันและนำไปตุ๋น โดย กวนกะทิในหม้อต้ม กวนจนกะทิเริ่มเหนียวและค้น จากนั้น นำมาโรยหน้าข้าวเหนียวนึ่งที่เสร็จไว้แล้ว รอให้หน้ากะทิเซ็ตตัว
  4. นำงามาโรยหน้ากะทิ และตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมใส่จานรับประทาน

เคล็ดลับการทำขนมข้าวเหนียวตัดหน้างา

  • การล้างข้าวเหนียวให้ล้างให้สะอาด จนน้ำล้างข้าวเหนียวเป็นน้ำใส่ๆ โดยการล้างข้าวเหนียวให้ล้างเบา ระวังข้าวเหนียวแตก เวลานำไปทำขนมจะไม่เป็นเม็ดไม่น่ารับประทาน
  • การเลือกซื้อข้าวเหนียวสำหรับเมนูข้าวเหนียวตัด ใช้ข้าวเหนียวเคี่ยวงู จากสุรินทร์ ใช้ข้าวเหนียวใหม่ และให้สังเกตุเอาข้าวเหนียวที่ไม่มีมอด การสังเกตุมอด ดูจากรอยขาวๆที่เม็ดข้าว ลักษณะด่างขาว
  • ข้าวเหนียวใช้ข้าวเหนียวใหม่ จะให้ข้าวเหนียมที่นุ่ม
  • การคั่วงาให้คั่วงาให้เหลืองและบวมพอสุก จะให้กลิ่นของงาที่หอมมาก
  • การแช่ข้าวเหนียว ใช้เวลา 3 ชั่วโมงที่อุณหภูมิปรกติ จะได้ข้าวเหนียวที่พอเหมาะแก่การนึ่งทำขนมข้าวเหนียวตัดที่สุด
  • การแช่ข้าวเหนียวหากต้องการให้อร่อยเพิ่มขึ้นให้ใช้น้ำลอยดอกมะลิในการ แช่ จะได้ข้าวที่หอมกลิ่นมะลิ โดยการทำน้ำลอยดอกมะลิ ให้เก็บมะลิสดจากต้น ตอนกลางคืน และเก็บดอกที่ตูม เนื่องจากดอกตูมจะมีกลิ่นหอม และเวลานำไปลอยน้ำดอกมะลิจะลอยเองให้กลิ่นหอมมาก
https://www.youtube.com/watch?v=CM5ALrqf4Jc

สูตรขนมหวานไทย ขนมถั่วทอง

ขนมถั่วทอง


ส่วนผสมสำหรับทำขนมถั่วทอง

  • ถัวเขียวซีก 1 กิโลกรัม
  • น้ำตาลปี๊บ 700 กรัม
  • น้ำกะทิ 700 กรัม
  • เกลือ 1 ช้อนชา
  • เนื้อมะพราวทึนทึกขูด 1 ลูก

วิธีทำขนมถั่วทอง

  1. ล้างถั่วเขียวให้สะอาด จากนั้นนำไปแช่น้ำ 3 ชั่วโมง หลังจากแช่น้ำผ่านไป 3 ชั่วโมง นำถั่วเขียวไปนึ่งให้สุก ประมาณ 20 นาที
  2. นำเนื้อถั่วเขียวนึ่งมาบดให้ละเอียดจนเป็นผง จากนั้น ทำการปรุงรส
  3. ตั้งกระทะทองเหลือง นำถั่วเขียวบดลงไป ปรุงรสด้วย น้ำกะทิ น้ำตาล เกลือ และเนื้อมะร้าวขูด จากนั้น กวนส่วนผสมทั้งหมดด้วยไฟอ่อนๆ ประมาณ 2 ชั่งโมง สังเกตุให้ดูที่เนื้อมะพร้าวขูด จะเป็นผงเนื้อเดียวกับเนื้อถั่วเขียว แสดงว่าได้ที่แล้ว
  4. นำถั่วเขียวกวนไปอบควันเทียนให้ความหอมของขนม
  5. จากนั้นนำเนื้อถั่วเขียวกวนมา กดบนแม่พิมพ์ เท่านี้ ก็จะได้ขนมถั่วทองแสนอร่อย

เคล็ดลับความอร่อยของขนมถั่วทอง

  • การเลือกซื้อถั่วที่นำมาทำให้เลือกถั่วที่ไม่มีมอดกิน สังเหตุจากถั่วจะไม่มีรอบคราบสีขาวในตัวถั่ว
  • การล้างถั่วต้องล้างให้สะอาด ล้างหลายๆครั้ง จนน้ำที่ล้างถั่วใส แสดงว่าสะอาดแล้ว การล้างถั่วให้สะอาด จะช่วยให้ถั่วที่นำมาทำขนมไม่มีกลิ่นหืน
  • แช่ถั่วในน้ำ 3 ชั่วโมง ช่วยให้เนื้อถั่วนิ่ม อมน้ำ เวลานำไปนึ่งจะสุกง่าย หากต้องการให้เร็วขึ้น ก็ใช้น้ำอุ่นจะช่วยรุ่นเวลาให้เร็วขึ้น
  • น้ำตาลที่ใช้ในการกวน แนะนำให้ใช้น้ำตาลปี๊บ จะให้ความหวานแบบหอมธรรมชาติ อร่อยก่วาการน้ำตาลทราย
  • ความอร่อยของขนมชนิดนี้ นอกจากเนื้อถั่วที่เนียนแล้ว ความหอมของขนมจะช่วยเพิ่มความอร่อยของขนมให้มากขึ้น ใช้การอบควันเทียน
  • ให้ใช้ผ้าหมาดๆคลุมขนมไว้ ไม่ให้โดนลม จะทำให้ขนมไม่แห้ง น่ารับประทาน
https://www.youtube.com/watch?v=uw264MHhUwA

สูตรขนมหวานไทย ข้าวเหนียวแก้วใบเตย

ข้าวเหนียวแก้วใบเตย


ส่วนผสมสำหรับทำข้าวเหนียวแก้วใบเตย

  • กะทิสด 1 กิโลกรัม
  • ข้าวเหนียว 1 กิโลกรัม
  • น้ำตาล 1 1/2 กิโลกรัม
  • นมแมว 1 ช้อนชา
  • เกลือ 2 ช้อนชา
  • ใบเตย 1 กำมือ
  • งาคั่ว 1 ถ้วย
  • วิธีทำข้าวเหนียวแก้วใบเตย

    1. นำใบเตยไปบดใน้ครื่องปั่นกับน้ำ และคั้นเอาน้ำใบเตยสีเขียวๆ จากนั้นพักไว้ก่อน
    2. เตรียมน้ำกะทิ ด้วยการเคี้ยวน้ำกะทิด้วยน้ำตาล 1 กิโลกรัม และเกลือ 2 ช้อนชา ให้ส่วนผสมละลายเข้ากัน จากนั้นพักเอาไว้ก่อน
    3. นึ่งข้าวเหนียวให้สุก ด้วยการนึ่งประมาณ 1 ชั่วโมง หลังจากแช่ข้าวเหนียวในน้ำมาแล้ว จากนั้นนำข้าวเหนียวไปกวนในกะทิที่เตรียมเอาไว้แล้ว
    4. จากนั้นนำข้าวเหนียวลงไปกวนในกระทะทองเหลือง ใส่น้ำตาลลงไปอีก ครึ่งกิโลกรัม นมแมว น้ำใบเตย เคี้ยวประมาณ 15 นาที นำข้าวเหนียวแก้วลงใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ โรยด้วยงาคั่ว

    เคล็ดลับการทำข้าวเหนียวแก้วใบเตย

  1. สีเขียวของข้าวเหนียวแก้วใบเตยให้ใช้สีเขียวของใบเตย จะให้กลิ่นที่หอมและรสชาติอร่อย
  2. ข้าวเหนียวที่ใช้ แนะนำให้ใช้ข้าวเหนียวเคี่ยงงู จากสุรินทร์ เนื่องจากเม็ดสวยไม่หักง่าย
  3. ข้าวเหนียวเคี้ยวงูใช้ข้าวเหนียวกลางปีถึงข้าวเหนียวเก่า หากใช้ข้าวเหนียวใหม่ข้าวจะเละง่ายไม่น่ารับประทาน
  4. ล้างข้าวเหนียวให้สะอาด เป็นน้ำใส่ ด้วยการล้างหลายๆน้ำ และล้างเบาๆ ระวังเม็ดหัก จากนั้นแช่ข้าวเหนียวในน้ำก่อนประมาณ 4 ชั่วโมง
  5. กะทิที่ใช้แนะนำให้ใช้กะทิสด คั้นใหม่ๆ เนื่องจากจะได้ความหวานและมันแบบธรรมชาติ
  6. กะทะที่ใช้ในการกวนข้าวเหนียวแนะนำให้ใช้กระทะทองเหลือง เนื่องจากความร้อนของกระทะทองเหลืองนั้นจะทั่วกระทะ
https://www.youtube.com/watch?v=EwmkPPmlObM

วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2559

สูตรขนมหวานไทย : ครองแครงกะทิสด

 สูตรขนมหวานไทย : ครองแครงกะทิสด







 เครื่องปรุง + ส่วนผสม
* แป้งมัน 3/4 ถ้วยตวง
* น้ำกะทิ 1/2 ถ้วยตวง
   (สำหรับทำตัวครองแครง)
* หัวกะทิ 1 ถ้วยตวง
   (สำหรับทำน้ำกะทิ)
* น้ำตาลทรายขาว 1/2 ถ้วยตวง
* เกลือป่น 1 1/2 ช้อนชา
* งาขาวคั่ว 3 ช้อนชา (สำหรับโรยหน้าครองแครง)
* แม่พิมพ์สำหรับกดแป้งทำครองแครง

วิธีทำขนมไทย ทีละขั้นตอน
      1. นำแป้งมันไปร่อนและผสมกับน้ำกะทิ (1/2 ถ้วยตวง) ในกระทะทองเหลือง นำไปตั้งบนไฟอ่อนๆจนแป้งละลาย คนจนแห้งและเหนียว จึงปิดไฟ
2. นำแป้งมานวดจนเข้ากันเป็นเนื้อเดียว และนำไปปั้นเป็นลูกกลมๆ จากนั้นจึงนำไปกดบนแบบครองแครง (ถ้าไม่มีใช้ส้อมกดแทนพอได้) เสร็จแล้วนำไปคลุกแป้งมันนิดหน่อยเพื่อไม่ให้ติด และใช้ผ้าขาวบางหมาดๆ คลุมไว้ ทำครองแครงจนแป้งหมด
3. ตั้งน้ำร้อนในหม้อจนเดือด จึงนำครองแครงที่ปั้นแล้วใส่ลงไปต้มจนสุกใส จึงนำออกมาแช่น้ำเย็นไว้สักพักแล้วนำออกมาสะเด็ดน้ำ
4. ทำน้ำกะทิโดยผสมหัวกะทิ (1 ถ้วยตวง), น้ำตาลทราย และเกลือป่นลงในหม้อ และนำไปตั้งบนไฟอ่อนๆ จนละลายเข้ากันดี รอจนน้ำกะทิเดือดจึงใส่ครองแครงที่ต้มสุกแล้วลงไป ต้มต่ออีกสักพักจึงปิดไฟ
5. ตักใส่ถ้วย โรยหน้าด้วยงาขาว และเสริฟเป็นของว่างในวันสบายๆ

:  เพิ่มเติม ::
- หากต้องการทำตัวครองแครงที่มีสีขาวล้วน ก็ใช้น้ำลอยดอกมะลิเฉยๆ  นะคะ ไม่ต้องใช้ดอกอัญชันหรือใบเตยค่ะ
- วิธีทำน้ำอัญชันสำหรับการผสมให้เป็นสีน้ำเงินเข้ม สีฟ้าอ่อน อาจจะทำแบบนี้ก็ได้นะคะ  คือนำน้ำเปล่า 1 ถ้วยตั้งเตาไฟ  (ในสูตรจะเป็นน้ำเปล่า 3/4 + 3/4 ถ้วย = 1 + 1/2 ถ้วยจากแป้ง 2 สูตร) แล้วใส่ดอกอัญชันทั้งหมดลงไป (20 + 10 ดอก)  ต้มจนกระทั่งน้ำกลายเป็นสีน้ำเงินเข้มและเดือดจัด ก็ช้อนดอกอัญชันออกให้หมด   แล้วเทน้ำอัญชันใส่ถ้วยตวงให้ได้ 3/4 ถ้วย เพื่อใช้ทำตัวครองแครงแบบสีน้ำเงินเข้ม   และก็ให้นำน้ำเปล่าที่เหลืออีก 1/2 ถ้วย ใส่ลงในหม้อ   น้ำไปตั้งไฟให้เดือดอีกครั้ง ก่อนจะนำมาทำตัวครองแครงสีฟ้าอ่ะค่ะ 
- แป้งครองแครงกะทิ โดยปกติมี 2 แบบ คือ แบบใช้แป้งมันล้วนๆ ตัวครองแครงจะเหนียว หนึบ (เรียกครองแครงแก้ว)  ส่วนแบบที่ใช้แป้งมันผสมแป้งอื่น เช่น แป้งข้าวเจ้า หรือ แป้งข้าวเจ้ากับแป้งท้าว  ตัวแป้งจะนุ่มกว่าและขุ่นกว่านิดนึงนะคะ
- ถ้าต้องการทำเป็นครองแครงกะทิมะพร้าวอ่อน  ให้ขั้นตอนการทำน้ำกะทิ ใส่น้ำมะพร้าวอ่อนแทนน้ำลอยดอกมะลิ  และอย่าลืมหั่นเนื้อมะพร้าวอ่อนใส่ลงไปด้วยค่ะ   โดยใส่ไปพร้อมกับตอนใส่ตัวครองแครงนะคะ
https://www.youtube.com/watch?v=zxZ3fNzhqfo

สูตรขนมหวานไทย : ฝอยทอง

สูตรขนมหวานไทย : ฝอยทอง







 เครื่องปรุง + ส่วนผสม
* ไข่เป็ด 5 ฟอง
* ไข่ไก่ 5 ฟอง
* น้ำตาลทราย 2 1/2 ถ้วยตวง
* น้ำลอยดอกมะลิ 1 1/2 ถ้วยตวง (หรือน้ำเปล่า)
* ไข่น้ำค้าง 2 ช้อนโต๊ะ
   (ไข่ขาวส่วนที่เป็นน้ำใสๆ ที่ติดอยู่กับเปลือกด้านป้าน)
* น้ำมันพืช 1 ช้อนชา
* กรวยทองเหลืองหรือกรวยใบตอง (สำหรับโรยไข่ในกระทะ)
* ไม้แหลม (สำหรับตักและพับฝอยทองในกระทะ)


วิธีทำขนมไทย ทีละขั้นตอน
1. ต่อยไข่ไก่และไข่เป็ด เลือกเอาเฉพาะไข่แดง นำออกมากรองด้วยผ้าขาวบางเพื่อรีดเอาเยื่อออก
2. ผสมไข่แดง, ไข่น้ำค้างและน้ำมันพืชเข้าด้วยกัน คนจนผสมกันทั่ว
3. นำน้ำลอยดอกมะลิผสมกับน้ำตาลในกระทะทองเหลืองและนำไปตั้งไฟร้อนปานกลาง รอจนเดือด
4. นำส่วนผสมไข่แดงใส่ลงไปในกรวยและนำไปโรยในน้ำเชื่อมที่เดือด ทิ้งไว้ประมาณ 1 นาทีจนไข่สุกจึงใช้ไม้แหลม สอยขึ้นและพับให้เป็นแพตามต้องการ
5. จัดใส่จาน เสริฟเป็นของว่างทางเล่นในวันสบายๆ
ประวัติขนมฝอยทอง
ขนมไทยอีกชนิดหนึ่งที่มีประวัติอันยาวนาน เกิดขึ้นในรัชสมัย
สมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีชาวโปรตุเกสนำสูตรขนมฝอยทองมาเผยแพร่
ให้แก่คนไทย ซึ่งตามปกติขนมไทยแท้ๆจะไม่เอาไข่เป็นส่วนผสมในการทำ
ขนมกันนัก ส่วนใหญ่จะเป็น แป้ง กะทิ น้ำตาล มะพร้าวมากกว่าอย่างอื่น
เมื่อชาวโปรตุเกสเข้ามาค้าขายกับคนไทยในยุคนั้นก็จะพาแม่บ้านมาด้วย
เลยได้สอนการทำฝอยทองให้แก่คนไทยจนเป็นที่ถูกอกถูกใจทำกินจนถึงปัจจุบัน
ฝอยทอง (โปรตุเกส: fios de ovos) [1] เป็นขนมโปรตุเกส ลักษณะเป็นเส้นฝอยๆ สีทอง ทำจากไข่แดงของไข่เป็ด เคี่ยวในน้ำเดือดและน้ำตาลทราย ชาวโปรตุเกสใช้รับประทานกับขนมปัง กับอาหารมื้อหลักจำพวกเนื้อสัตว์ และใช้รับประทานกับขนมเค้ก [2] โดยมีกำเนิดจากเมืองอาไวโร่ (โปรตุเกส: Aveiro) เมืองชายฝั่งทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศโปรตุเกส

https://www.youtube.com/watch?v=u_WK0pV4tKc

สูตรขนมหวานไทย : บัวลอย

  สูตรขนมหวานไทย : บัวลอย







เครื่องปรุง + ส่วนผสม

+ส่วนผสมบัวลอย+
* แป้งข้าวเหนียว 2 ถ้วยตวง
* เผือกนึ่งสุกบดละเอียด 1 ถ้วยตวง (กรณีต้องการบัวลอยหลายสีสามารถเลือกใช้ฟักทอง เพื่อทำบัวลอยสีเหลือง, ใบเตย เพื่อทำบัวลอยสีเขียว, อื่นๆ)
* น้ำเปล่า 1/4 ถ้วยตวง

+ส่วนผสมน้ำกะทิ+
* กะทิ 2 ถ้วยตวง
* น้ำตาลมะพร้าว 100 กรัม
* น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง
* เกลือป่น 1 ช้อนชา
* เนื้อมะพร้าวอ่อน, ไข่ (จะมีหรือไม่มีก็ได้)
* งาขาว (สำหรับแต่งหน้า จะมีหรือไม่มีก็ได้)

 วิธีทำขนมไทย ทีละขั้นตอน
     1. ทำบัวลอยโดยผสมแป้งข้าวเหนียว, เผือกนึ่งและน้ำเปล่าเข้าด้วยกัน นวดจนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันเป็นเนื้อเดียว จากนั้นจึงนำมาปั้นเป็นลูกกลมๆ ระหว่างปั้นนั้น ควรโรยด้วยเศษแป้งข้าวเหนียวเล็กน้อยเพื่อป้องกันไม่ให้ลูกบัวลอยติดกัน (ถ้าต้องการทำบัวลอยหลายสีก็ใช้ส่วนผสมเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นฟักทองสำหรับสีเหลือง หรือใบเตยสำหรับสีเขียว เป็นต้น)
2. ต้มน้ำในหม้อขนาดกลาง รอจนเดือดจึงใส่ลูกบัวลอยที่ปั้นไว้แล้ว เมื่อบัวลอยสุกให้นำออกมาแช่ในน้ำเย็น (บัวลอยที่สุกแล้วจะลอยขึ้น)
3. ทำน้ำกะทิโดยผสม กะทิ, น้ำตาลมะพร้าว, น้ำตาลทรายและเกลือป่นลงไป ควรใส่น้ำตาลทรายแค่ครึ่งเดียวก่อน ถ้ายังหวานไม่พอจึงค่อยใส่เพิ่มลงไป ต้มจนเดือด จึงหรี่ไฟลง นำบัวลอยที่ต้มไว้แล้วใส่ลงไปในน้ำกะทิ ต้มต่ออีกสักพักจึงปิดไฟ ถ้ามีมะพร้าวอ่อนก็ใส่ได้เลย พร้อมลูกบัวลอย (กรณีต้องการทำบัวลอยไข่หวาน ก็ตอกไข่ใส่ไปในหม้อหลังจากที่ใส่บัวลอยลงไป รอจนไข่สุกจึงปิดไฟ)
4. ตักใส่ถ้วย โรยหน้าด้วยงาขาว เสริฟขณะร้อนหรือรอให้เย็นก็ได้

ร้อยเรื่องเล่าพันตำนานคลองบางกอกน้อย
ตำนานบัวลอย
       สุดคลองบางกอกน้อย.... พายเรือตามหาบัวลอย จนเหงื่อพี่ย้อยโซมกาย เสียงร้อง  เพลงของนายท้ายที่นอนร้องเพลง เปิดพุงสบายใจเฉิ่ม แว่วมาเข้าหูผมในช่วงบ่ายของวัน อาทิตย์  ขณะที่กำลังแอบอู้งานนอนอยู่บนเรือที่ลอยอยู่กลางแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อรอลูกทัวร์ จึงหยิบดินสอกับสมุดพกมาเขียนเรื่องตำนานบัวลอยคลองบางกอกน้อย      

         ตำนานบัวลอย จะว่ามีที่มาจากขนมบัวลอยก็ไม่เชิง แต่จะว่าไม่ใช่ก็ไม่ได้เหตุเกิด จากเมื่ออดีตกาลนานมาแล้วมีสตรีตั้งท้องต้องการที่จะช่วยแบ่งเบาภาระผัวโดยการทำขนมขาย แม้ผัวจะห้ามปราอย่างไรก็ไม่ฟัง เมื่อผัวไปทำงานก็จะทำขนมบัวลอยใส่เรือแล้วพาย ไปขายในคลอง ชาวบ้านที่จะซื้อก็จะ
ตะโกน
บัวลอยจ้า..บัวลอยมาทางนี้หน่อย" และด้วยขนมบัวลอยทำจากกระทิ เมื่อทำเสร็จแล้วก็เอาลงเรือขายเลยประกอบกับฝีมือการทำขนม บัวลอยที่มีความอร่อยจนติดอกติดใจชาวบ้าน จนใครๆก็เรียกเธอว่า “บัวลอย”

        วันหนึ่งเมื่อผัวกลับจากทำงานไม่เห็นเมียสุดที่รัก จึงพายเรือตามหาบัวลอยพร้อม กับร้องตะโกนว่า “บัวลอย บัวลอย” แต่ก็ไม่พบแม้แต่เรือ
ของเธอ หลังจากนั้นไม่นานก็มีคน พบศพเธอลอยไปติดอยู่ที่ท่าเรือของวัดในคลองจึงมีการนำขึ้นมาทำพิธีตามศาสนาและด้วย ความเชื่อของคน ไทยที่ว่า ถ้าตายท้องกลมผีจะเฮี้ยนจึงไม่ได้มีการเผาแต่แค่ฝั่งเอาไว้ และ มีบางคนมาขอหวยปรากฎว่าถูกจนโด่งดังไปทั่วผู้คนถูกหวยเป็นว่าเล่น

         แต่แล้วเช้าวันหนี่งศพของบัวลอยก็หายไป คาดว่าเจ้ามือหวยคงมาทำการขุดศพเอาไปทิ้งและสะกดวิญญาณไว้ หลังจากนั้นตำนานบัวลอย ก็เริ่มถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา  แต่นี้เป็นเรื่องที่เล่าต่อๆกันมาของคลองบางกอกน้อย และได้มีการนำมาทำ เป็นเพลง ดังเพลง บางกอกน้อยที่ ครู ศรเพชร ศรสุพรรณ ได้นำมาขับร้อง

https://www.youtube.com/watch?v=CoucXAICfFQ

สูตรขนมหวานไทย : ขนมตะโก้

 สูตรขนมหวานไทย : ขนมตะโก้








ตะโก้ เป็นขนมที่มีส่วนผสม คือแป้งกะทิและน้ำตาล ทรายเป็นหลัก ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ตัวขนมเป็นแป้งและน้ำตาล และส่วนหน้าขนมเป็นกะทิ แป้งและเกลือส่วนผสมของตัวขนมสามารถผสมวัตถุดิบ อื่นเพื่อให้เกิดรสชาติที่หลากหลาย เช่น แห้วข้าวโพด เผือกหรือจะเพิ่มสีเขียวของใบเตย และมีชื่อเรียกตาม วัตถุดิบที่ผสมลงไป เช่น ตะโก้แห้ว ตะโก้เผือก เป็นต้น

 เครื่องปรุง + ส่วนผสม
* แป้งถั่วเขียว 1 ถ้วยตวง
* น้ำกลิ่นมะลิ 3 ถ้วยตวง
* น้ำตาลทราย 2 ถ้วยตวง
* น้ำใบเตยคั้น 1/2 ถ้วยตวง
* แห้วต้มหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 1/2 ถ้วยตวง
* กระทงหรือแบบสำหรับใส่ขนม
* แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ้วยตวง
* กะทิ 2 ถ้วยตวง
* เกลือป่น 1 ช้อนชา

 วิธีทำขนมไทย ทีละขั้นตอน
      1. เตรียมทำตัวตะโก้ โดยผสมแป้งถั่วเขียว, น้ำตาลทราย, น้ำใบเตยและ น้ำกลิ่นมะลิ เข้าด้วยกันในหม้อ และนำไปตั้งบนไฟร้อนปานกลาง กวนจนสุกและข้น
2. จากนั้นใส่แห้วจีนต้มที่หั่นเตรียมไว้ลงไปในหม้อ กวนต่ออีกสักครู่จึงปิดไฟ ตักตัวตะโก้หยอดในกระทงหรือแบบพิมพ์ที่เตรียมไว้ประมาณครึ่งนึงของแบบ
3. เตรียมทำหน้าตะโก้ โดยผสมแป้งข้าวเจ้า, กะทิ และเกลือป่น เข้าด้วยกันในหม้อขนาดเล็ก จากนั้นนำไปตั้งบนไฟร้อนปานกลาง กวนจนข้นพอดี จึงปิดไฟ
4. หยอดหน้าตะโก้ลงบนกระทงหรือแบบให้เต็ม ทิ้งไว้ให้เย็น จัดใส่จานเสริฟเป็นของว่างได้ทันที

https://www.youtube.com/watch?v=dkjuTv4gSfY

สูตรขนมหวานไทย : ทองหยอด

   สูตรขนมหวานไทย : ทองหยอด







หากนึกถึงขนมไทยที่มีมาแต่โบราณ และเป็นที่รู้จักมากที่สุดเห็นทีจะหนี ขนมทองหยิบ ขนมทองหยอด เห็นจะไม่ได้ เพราะด้วยความหอมหวานของเนื้อขนมทำให้พลาดไม่ได้ที่จะหยิบใส่ปาก เอาหละเรามาดูกันว่า ทองหยิบทองหยอด เขาทำกันอย่างไร
ส่วนผสมทองหยอด
ไข่เป็ด 12 ฟอง
แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง
ส่วนผสมน้ำเชื่อมสำหรับทองหยอด
น้ำตาลทราย 8 ถ้วยตวง
หรือ 1 กิโลกรัม 8 ขีด
น้ำเปล่า 4 ถ้วยตวง
หรือ 8 ขีด
ส่วนผสมน้ำเชื่อมหล่อ
น้ำตาลทราย 4 ถ้วยตวง
น้ำลอยดอกมะลิ 4 ถ้วยตวง
ส่วนผสมทองหยิบ
ไข่เป็ด 10 ฟอง
ส่วนผสมน้ำเชื่อมสำหรับหยอด
น้ำตาลทราย 8 ถ้วยตวง
น้ำเปล่า 4 ถ้วยตวง
ส่วนผสมน้ำเชื่อมหล่อ
น้ำตาลทราย 4 ถ้วยตวง
น้ำลอยดอกมะลิ 4 ถ้วยตวง
วิธีทำ ทองหยอด
1.แยกไข่เฉพาะไข่แดง แล้วใช้ไม้ตีไข่ตีจนไข่ขึ้นฟองฟู ตีประมาณ 8 นาที นำแป้งข้าวเจ้า มาร่อนประมาณ 1–2 ครั้ง ผสมกับไข่ที่ตีแล้ว โดยใส่แป้งลงไปทีละน้อย ใช้ช้อนค่อยๆคน ใส่สีแสด ให้เหมือนกับสีไข่ไก่
2.นำ น้ำตาลทราย 8 ถ้วยตวงผสมน้ำเปล่า 4 ถ้วยตวง ยกขึ้นตั้งไฟคนให้น้ำตาลละลายกรองด้วยผ้าขาวบาง แบ่งน้ำเชื่อมออกเป็น 3 ส่วน แบ่ง 2 ส่วนเอาไว้หยอด อีก 1 ส่วนสำหรับแช่ที่หยอดเสร็จแล้ว นำน้ำเชื่อม 2 สวนที่แบ่งไว้ขึ้นตั้งไฟให้เดือดจนฟู
3.นำไข่ที่ผสมแล้วมา หยอดเป็นเม็ด ใช้นิ้วกลางป้ายแล้วสลัดด้วยน้ำหัวแม่มือ หรือใช้สลัดด้วยช้อนก็ได้ หยอดไปจนแป้งที่เตรียมไว้หมด ปล่อยให้สุก ถ้าสุกแป้งจะลอยขึ้นตักลงแช่น้ำเชื่อมที่แบ่งไว้

วันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2559

สูตรขนมหวานไทย : เม็ดขนุน

สูตรขนมหวานไทย : เม็ดขนุน











 เครื่องปรุง + ส่วนผสม
* ถั่วเขียวเลาะเปลือก 450 กรัม
* น้ำตาลทราย 200 กรัม (สำหรับผสมถั่ว)
* น้ำตาลทราย 3 ถ้วยตวง (สำหรับทำน้ำเชื่อม)
* น้ำกะทิ 400 กรัม
* น้ำเปล่า 3 ถ้วยตวง (สำหรับทำน้ำเชื่อม)
* ไข่เป็ด 5 ฟอง (ใช้เฉพาะไข่แดง)

วิธีทำขนมไทย ทีละขั้นตอน
     1. นำถั่วเขียวเลาะเปลือกมาทำความสะอาด และแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้นจึงนำไปนึ่งให้สุก ใช้เวลาประมาณ 15 นาที)
2. เมื่อถั่วเขียวสุกดีแล้ว ให้นำไปใส่ในเครื่องปั่นไฟฟ้า พร้อมกับน้ำตาลทรายและน้ำกะทิ ปั่นจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดี
3. จากนั้นจึงเทส่วนผสมลงในกระทะทองเหลือง (หรือกระทะเคลือบเทฟลอนก็ได้)และตั้งบนไฟอ่อนๆ ค่อยๆกวนจนข้นและเหนียว (ใช้เวลาประมาณ 20 - 30 นาที) จึงปิดไฟ และทิ้งไว้ให้เย็น (ถั่วต้องแห้ง มิเช่นนั้นจะไม่สามารถนำไปปั้นได้)
4. ก่อนปั้นให้นวดส่วนผสมทั้งหมดอีกครั้งจนเข้ากันเป็นเนื้อเดียว จากนั้นจึงปั้นให้เป็นรูปทรงเม็ดขนุน
5. ทำน้ำเชื่อมโดยผสมน้ำตาลและน้ำเปล่า นำไปเคี่ยวในกระทะทองเหลือง (หรือกระทะเคลือบเทฟลอนก็ได้) จนเหนียวข้นเป็นยางมะตูม จึงปิดไฟ
6. ตอกไข่และเลือกเอาเฉพาะไข่แดงมารวมกัน เขี่ยพอให้ไข่แดงแตก จากนั้นจึงนำเม็ดขนุนที่ปั้นเตรียมไว้ใส่ลงไปแช่ในไข่แดงทีละเม็ด แล้วจึงนำไปใส่ในน้ำเชื่อม พยายามอย่าให้ติดกัน พอใส่ลงไปมากแล้วจึงนำกระทะไปตั้งบนไฟอ่อนๆจนสุกทั่งจึงตักออกมาพัก ทำซ้ำเช่นนี้จนเม็ดขนุนที่ปั้นไว้หมด
7. จัดเม็ดขนุนใส่จาน เสริฟทานเป็นของว่างในวันสบายๆ

https://www.youtube.com/watch?v=AmFSeBHnrJ0

สูตรขนมไทย กล้วยทอด

สูตรขนมไทย









เครื่องปรุง + ส่วนผสม
* มะพร้าวขูดขาว 1/2 ถ้วย
* น้ำตาลปี๊บ 1/2 ถ้วยตวง
* หัวกะทิ 1/2 ถ้วย
* น้ำปูนใส 1/4 ถ้วย
* ใบเตย 3-5 ใบ
* น้ำมันสำหรับทอด
* กล้วยน้ำว้าห่าม 1 หวี
* แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย
* แป้งสาลี 1/4 ถ้วย
* เกลือ 1/2 ช้อนชา
* ผงฟู 1 ช้อนชา
* งาขาวคั่ว (ปริมาณตามความชอบ)

วิธีทำขนมไทย ทีละขั้นตอน
      1. นำกล้วยมาปอกเปลือกและหั่นตามยาวเป็นชิ้นบางๆ หนึ่งลูกควรหั่นให้ได้อย่างน้อย 3 ชิ้น
2. นำแป้งข้าวเจ้า, แป้งสาลี, เกลือ, ผงฟู, น้ำตาลปี๊บ, งาขาว, มะพร้าวขูด, น้ำปูนใสและหัวกะทิ ผสมเข้าด้วยกันในชามขนาดใหญ๋ คนจนแป้งและน้ำตาลละลายดี ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันเป็นเนื้อเดียว
3. ใส่น้ำมันลงในกระทะ และนำไปตั้งบนไฟค่อนข้างแรง รอจนน้ำมันเดือด จึงใส่ใบเตยลงไปทอดก่อนให้น้ำมันหอม
1. นำกล้วยมาปอกเปลือกและหั่นตามยาวเป็นชิ้นบางๆ หนึ่งลูกควรหั่นให้ได้อย่างน้อย 3 ชิ้น
2. นำแป้งข้าวเจ้า, แป้งสาลี, เกลือ, ผงฟู, น้ำตาลปี๊บ, งาขาว, มะพร้าวขูด, น้ำปูนใสและหัวกะทิ ผสมเข้าด้วยกันในชามขนาดใหญ๋ คนจนแป้งและน้ำตาลละลายดี ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันเป็นเนื้อเดียว
3. ใส่น้ำมันลงในกระทะ และนำไปตั้งบนไฟค่อนข้างแรง รอจนน้ำมันเดือด จึงใส่ใบเตยลงไปทอดก่อนให้น้ำมันหอม
1. นำกล้วยมาปอกเปลือกและหั่นตามยาวเป็นชิ้นบางๆ หนึ่งลูกควรหั่นให้ได้อย่างน้อย 3 ชิ้น
2. นำแป้งข้าวเจ้า, แป้งสาลี, เกลือ, ผงฟู, น้ำตาลปี๊บ, งาขาว, มะพร้าวขูด, น้ำปูนใสและหัวกะทิ ผสมเข้าด้วยกันในชามขนาดใหญ๋ คนจนแป้งและน้ำตาลละลายดี ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันเป็นเนื้อเดียว
3. ใส่น้ำมันลงในกระทะ และนำไปตั้งบนไฟค่อนข้างแรง รอจนน้ำมันเดือด จึงใส่ใบเตยลงไปทอดก่อนให้น้ำมันหอม
4. นำกล้วยที่หั่นเตรียมไว้ในขั้นตอนที่หนึ่งชุบแป้งแล้วนำไปลงทอดจนเหลืองสุกและกรอบ จึงตักออกมาสะเด็ดน้ำมัน
5. เรียงจัดใส่จาน และเสริฟเป็นของว่างทานเล่น
https://www.youtube.com/watch?v=fhU9rlVNwwg

วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

สูตรขนมหวานไทย : ลูกชุบ

 สูตรขนมหวานไทย : ลูกชุบ

เครื่องปรุง + ส่วนผสม
* ถั่วเขียว 450 กรัม
* น้ำตาลทราย 200 กรัม (สำหรับผสมถั่ว)
* น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ (สำหรับทำน้ำวุ้น)
* น้ำกะทิ 400 กรัม
* วุ้นผง 3 ช้อนโต๊ะ
* น้ำเปล่า 3 ถ้วยตวง (สำหรับทำน้ำวุ้น)
* สีผสมอาหาร
   (อย่างน้อยแม่สี 3 สี : สีแดง, สีเหลืองและน้ำเงิน),
   จานสีและพู่กัน
* ไม้จิ้มฟัน
   (สำหรับเสียบถั่วที่ปั้นแล้วเพื่อแต่งสีและจิ้มลงในน้ำวุ้น)
* โฟม
  (สำหรับเสียบถั่วปั้นระหว่างทำ ถ้าวางบนพื้นจะเสียทรง)

วิธีทำขนมไทย ทีละขั้นตอน
1. นำถั่วเขียวเลาะเปลือกมาทำความสะอาด และแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้นจึงนำไปนึ่งให้สุก ใช้เวลาประมาณ 15 นาที)
2. เมื่อถั่วเขียวสุกดีแล้ว ให้นำไปใส่ในเครื่องปั่นไฟฟ้า พร้อมกับน้ำตาลทรายและน้ำกะทิ ปั่นจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดี
3. จากนั้นจึงเทส่วนผสมลงในกระทะทองเหลือง (หรือกระทะเคลือบเทฟลอนก็ได้)และตั้งบนไฟอ่อนๆ ค่อยๆกวนจนข้นและเหนียว (ใช้เวลาประมาณ 20 - 30 นาที) จึงปิดไฟ และทิ้งไว้ให้เย็น (ถั่วต้องแห้ง มิเช่นนั้นจะไม่สามารถนำไปปั่นได้)
4. ก่อนปั้นให้นวดส่วนผสมทั้งหมดอีกครั้งจนเข้ากันเป็นเนื้อเดียว จากนั้นจึงปั้นให้เป็นรูปทรงตามใจชอบ (ผัก, ผลไม้หรือสัตว์น่ารักๆ) เมื่อปั้นเสร็จให้เสียบไม้จิ้มฟันรอไว้ ควรปั้นส่วนผสมทั้งหมดให้เสร็จเรียบร้อยก่อน ถั่วที่ปั้นเสร็จแล้วควรห่อไว้ด้วยผ้าขาวบางชุบน้ำหมาดๆ
5. ผสมสีผสมอาหารตามต้องการ แล้วจึงบรรจงแต่งสีลงบนถั่วปั้นให้เหมือนจริง หรือตามแต่ความชอบ
6. ทำน้ำวุ้นโดยผสมน้ำเปล่า, ผงวุ้นและน้ำตาล ลงในหม้อ นำไปตั้งบนไฟร้อนปานกลาง หมั่นคนอย่างสม่ำเสมอ รอจนส่วนผสมเดือด ช้อนฟองที่ลอยหน้าออก จึงหรี่ไฟลง
7. นำถั่วปั้นที่แต่งสีแล้วไปชุบในน้ำวุ้น ควรชุบประมาณ 2 - 3 ครั้ง ระหว่างชุบวุ้นต้องอุ่นน้ำวุ้นด้วยไฟอ่อนเพื่อไม่ให้วุ้นแข็ง ถ้าไม่พอก็ผสมน้ำวุ้นขึ้นใหม่ตามอัตราส่วนข้างต้น
8. นำลูกชุบออกจากไม้ิจิ้มฟัน ตัดแต่งเศษวุ้นส่วนเกินออกด้วยกรรไกร จัดใส่จาน เสริฟเป็นของว่างในวันสบายๆได้ทันที